วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

คนเราแกล้งโง่ได้ แต่แกล้งฉลาดไม่ได้ 

แกล้งโง่ ก็คือจริง ๆแล้วรู้แต่ทำเป็นไม่รู้ อันนี้ ทำง่ายมาก ไม่ต้อง อ้างเหตุผล ให้วุ่นวาย ตอบไม่รู้ ก็จบแล้ว ส่วนใหญ่พวกที่แกล้งโง่ก็ คนฉลาด นั่นแหละที่ทำ ทำไมถึงต้องแกล้งโง่ ก็เพราะว่า ต้องโง่เพื่อ เอาตัวรอด เพื่อหลบหลีก แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ผ่านไปก่อน อิอิ.. 


ยกตัวอย่าง แกล้งโง่ เพื่อเอาตัวรอด “ นี่ รู้จัก ที่..ไหม แบบว่าไปไม่ถูก อ่ะ.. ไปเป็นเพื่อน หน่อยดิ เราก็ตอบว่า ไม่รู้จัก ไม่เคยไป จริง ๆก็คือขี้เกียจ นะเอง 555.. 

หรือไม่ก็ เรื่อง เงิน ๆ ทองๆ ส่วนใหญ่ จะ แกล้งโง่เพราะ ว่าไม่ค่อยอยาก ยุ่ง สำหรับตัวเองแกล้งโง่ ไม่ค่อยเป็นพิษ กับใคร เพียงแต่ไม่อยากยุ่งแค่นั้น ..


แกล้งโง่อีกอย่างที่ไม่เป็นพิษกับใครคือเรื่อง ความรัก บางครั้งเพื่อเรียกร้องความสนใจ อ่ะ บางที่ของวางอยู่ตรงหน้าก็มองไม่เห็น คนบางคนอยู่ๆก็ไม่รู้จักเอาดื้อ ๆ อยู่ ๆก็กลับบ้านไม่ถูก ขับรถเองไม่ได้ ข้ามถนนไม่เป็น โง่อ่ะ.. 






ส่วนแกล้งฉลาด น่าจะคล้าย ๆ กับอวดฉลาด ในสังคม มักจะเจอบ่อย คนที่แกล้งฉลาด ก็คือคนโง่ เพราะไม่รู้ แต่อยากทำเป็นรู้ แกล้งฉลาดทำได้ไหม .... ทำได้ แต่ ไม่ควรทำเพราะไม่เป็นผลดี เพราะ มันไม่ใช่ตัวตนของเรา เด๋ว ก็รู้ ...ถามกลับไปกลับมา โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องอธิบายด้วยเหตุผล ก็พอจะรู้แล้ว





การลอกงานของคนอื่น ก็เหมือนแกล้งฉลาด ทำไม่ได้ ลอกเขามาแล้วก็เปลี่ยนชื่อนิดหน่อย หรือเปลี่ยนข้อความหัวท้ายก็ได้แล้ว... หรือไม่ก็ การอวดฉลาด ของพวกมิจฉาชีพ เลียนแบบคนฉลาด แต่ตัวเองมาดัดแปลง เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แต่ในที่สุดก็ไปไม่รอด แบบนี้เรียกฉลาดแกมโกง ว่าไหม..


....ฉะนั้นการแกล้งฉลาดจึง มีความหมายว่าทำไม่ได้ เพราะไม่ควรจะทำ จึงเป็นที่มา ของคำว่า “ คนเราแกล้งโง่ได้ แต่แกล้งฉลาดไม่ได้” พอจะเข้าประเด็นได้ไหม.ล่ะ. คุณ เป็ดสวรรค์ ..
จะแกล้งโง่หรือแกล้งฉลาด ขออย่าให้คนอื่นเดือดร้อน ..ก็พอ นะคะ จำไว้ว่าอยู่กับสิ่งที่มี ยินดี กับสิ่งที่ใช่ แล้วเราจะมีความสุข.. 




จบเรื่อง คุยสั้น ๆ ที่ดูจะจริงจัง งุงงิ.. แบบว่าเขียนจบแล้วรูสึกเหมือน ทำข้อสอบ อ่านแล้ว จะเครียดไหม นะเออ เขียนในฐานะ ของคนที่ไม่ค่อยว่าง ตามคอนเซป เด๊ะ..เลย ง่าย ๆ สั้นๆ คริ คริ ..



© 2004 BlogGang.com allrights reserved.


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=jeep-house&month=04-05-2011&group=17&gblog=4&fb_source=message

------------------------------------------------------------------------------------------------------------



เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ผมเฝ้าครุ่นคิดหาคำตอบ
     เลยทำให้สงสัย เลยทำให้เกิด เควสชั่นมาร์คกลางหัวสมอง...
กล่าวคือ เจอคนฉลาดแต่แกล้งโง่....และเจอคนโง่ที่แกล้งฉลาด
       คนฉลาดแกล้งโง่ เป็นอุบายในอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องดูว่าใ้ช้ในทางดีหรือร้าย
       คนฉลาดแกล้งโง่ รู้แจ้งแต่แสร้งทำ เพื่อแต่งกลบางอย่าง เพื่อดูเชิงคู่ต่อสู้
       คนฉลาดแกล้งโง่ มักเป็นคนวิตกจริต
      เพราะจิตคอยคิดมิดีมิร้าย หากมาดี ก็จะใช้เผยความฉลาดนั้น ถ้าหากมาร้าย ก็จะแกล้งโง่ต่อไป....
        ดังประสบการณ์ในสมัยเป็นหัวหน้า เจอลูกน้องฉลาดแต่แกล้งโง่ เพื่อรอดูท่าทีเรา หรือเจอผู้จัดการแกล้งทำเป็นโง่ เพื่อให้เราเผยอะไรออกมา....
         พอเราเผยออกมา ถ้าถูกต้อง ก็เฉยๆ ไม่ชม ถ้าผิดจะซ้ำทันที เพื่อให้เราได้ระวัง เพื่อให้เราได้ระแวง ต่อไปจะได้ไม่เผยอะไรออกมาอีก...
         อันนี้มิจฉาทิฐิในการกระทำ แต่เป็นสััมมาทิฐิที่จิตใจของผู้สอน ผลออกมาคือทำให้เราระวังตัวมากขึ้นครับ.... แต่บางทีก็ไม่ใช่แบบนั้น
       คนฉลาดแต่แกล้งโง่บางคน มักรู้สึกตนว่าฉันฉลาด เลยมักดูคนอื่นเป็นคนไม่ฉลาดเสียหมด เห็นคนอื่นเป็นคนโง่ไปหมด
       คนฉลาดบางคนก็มักนิ่งเงียบ ไม่ยอมพูดกับใคร ทุกคนก็เห็นว่าคนนิ่งเงียบคือคนที่ไม่ค่อยคิดอะไร เป็นคนเฉยๆ เป็นคนดี แต่พอเผยออกมา"ร้ายลึก" มักมองในแง่"มิดีมิร้าย"เสมอ
      เรียกว่า "เข้าขั้น"    
       ในทางกลับกัน บางทีก็เจอคนโง่แต่แกล้งฉลาด... มีในไม่มี
ไม่รู้แต่แกล้งทำเป็นรู้ ก็มี... พอไอ้ที่รู้ ทำผิดลงไป บรรลัยทุกที..
เหล่านี้ พอเจอเข้าบ่อย...ทำให้ผมพลอยจะเป็นตาม
        ซึ่งกลอุบายทุกอย่าง มันมีทางแก้ แต่สำคัญที่ใช้ในทางมิจฉาทิฐิหรือสัมมาทิฐิเท่านั้น สำคัญคือ "ตบมือข้างเดียว มันคงไม่ดัง"ถ้าไม่ตบมือทั้งสองข้างจะดังได้อย่างไร?
       แก้ได้อย่างไร แก้ที่ผู้นำและผู้ตาม อยู่ที่การ "เปิดใจ"ของเขาและเรา มาพูดมาคุยกัน เห็นตรงกัน อย่าได้ข้อกีดกันทางความคิด และต้องเป็นสัมมาทิฐิด้วยครับ ไม่ใช่เปิดใจ ไร้ข้อจำกัด แต่คิดในทางลบไม่ได้ครับ
     เพราะหลายคนหลากความคิดครับ.. ฉะนั้น ตั้งมั่นทำแต่ความดี คิดดีทำดีเอาไว้ก่อน
"อย่ามองคนอื่นไม่เป็นมิตร   ถ้าเราไม่เป็นมิตรกับเขาก่อน"
"วัดคนให้ดูการกระทำ เพราะการกระทำสื่อถึงความคิดครับ"

Prince of Songkla University 

GotoKnow.org เป็นบริการสังคมของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความแตกต่างของการอวดฉลาดกับการแกล้งโง่
เกริ่นเรื่อง: หลายคนคงได้ยินถึงสองคำนี้ บางคนอาจจะสงสัยว่ามันมีความหมายว่าอะไร บางคนอาจจะคิดว่าเข้าใจแต่แท้จริงแล้วอาจจะเข้าใจผิดอยู่ก็ได้
12 ก.พ. 54 , View: 1823 , Post : 5
ความแตกต่างของการอวดฉลาดกับการแกล้งโง่

หลายคนคงได้ยินถึงสองคำนี้ บางคนอาจจะสงสัยว่ามันมีความหมายว่าอะไร
บางคนอาจจะคิดว่าเข้าใจแต่แท้จริงแล้วอาจจะเข้าใจผิดอยู่ก็ได้

ดังนั้นเราจะขอวิเคราะห์ถึงความหมายของทั้งสองคำนี้


การอวดฉลาด
ไม่ได้หมายถึงการแสดงความรู้ให้คนอื่นเห็น
หากแต่เป็นการแข็งกร้าว กระทำสิ่งที่ขัดแย้งต่อผู้อื่นอย่างผิดที่ผิดเวลา


การแกล้งโง่ 
ไม่ได้หมายถึงการแสดงตัวว่าตนเองโง่ หรือไม่รู้เรื่องอะไรเลย
หากแต่เป็นการถ่อมตน ยอมในสิ่งที่คนอื่นทำไปก่อน

แต่ โง่จริง กับ ฉลาดแล้วแกล้งโง่ มันจะต่างที่จุดนี้
หากโง่จริง คนผู้นั้นจะทำตามคนอื่นโดยตลอดแบบไม่ได้คิดอะไร
ทว่าฉลาดแล้วแกล้งโง่ แม้จะทำตามแต่สุดท้ายก็ยังสามารถพาตัวเองไปที่ถูกที่ควรได้เสมอ


จะขอลองตัวอย่างง่าย ๆ ขึ้นมาให้ดู

เวลาคนอื่นพูด
คนอวดฉลาดจะแย้งขึ้นมาในทันที แม้ไม่มีประเด็นจะให้แย้งก็ยังจะแย้งแล้วแสดงความเห็นขึ้นมา
คนแกล้งโง่จะพูดเออออตามน้ำไปก่อน ไม่พยายามสวนกระแส และหากอีกฝ่ายพูดผิดคนแกล้งโง่จะยกแง่มุมที่ต่างขึ้นมาให้ดู โดยไม่ทำให้อีกฝ่ายคิดว่าตนเองนั้นพูดผิดเพียงแต่คิดว่าสิ่งที่คนแกล้งโง่น่าจะถูกกว่า

เวลาคนอื่นคิด
คนอวดฉลาดจะคิดคาดการณ์ล่วงหน้าว่าเขาทำนั่นทำนี่ แล้วพูดหรือแสดงท่าทีอวดรู้สิ่งที่อีกฝ่ายคิดขึ้นมาในทันที โดยไม่สนว่าจะถูกหรือผิด
คนแกล้งโง่จะคิดคาดการณ์ล่วงหน้าว่าเขาทำนั่นทำนี่ แต่จะปิดปากเงียบไม่แสดงว่ากำลังคิดว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ทว่าหากอีกฝ่ายน่าจะคิดร้ายก็จะหาทางหนีเสมอโดยไม่ให้เจ็บช้ำน้ำใจกันสักฝ่าย

เวลาเราพูด
คนอวดฉลาด พูดในสิ่งที่ขัดแย้งทำให้อีกฝ่ายคิดว่าตัวเองผิด รวมกระทั่งการพูดหลอกด่า หรือพูดมีความหมายแฝง โดยประเด็นหลังนี้หากอีกฝ่ายรู้ตัวเขาจะคิดว่าเราคิดในแง่ร้ายได้
คนแกล้งโง่ พูดในสิ่งที่เกื้อหนุนไปอีกฝ่าย หากอีกฝ่ายผิดก็จะไม่พูดให้อีกฝ่ายคิดว่าตนเองผิดหากแต่เพียงไม่ถูกที่สุดเพียงเท่านั้น เวลาพูดจะหลีกเลี่ยงการหลอกด่าหรือมีความหมายแฝง รวมถึงใช้คำที่ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย ๆ

เวลาเราคิด
คนอวดฉลาด คิดไปก่อนว่าอีกฝ่ายฉลาดไม่เท่าเรา แล้วตัวเราฉลาดกว่า จะทำอะไรอีกฝ่ายก็ไม่รู้สิ่งที่เราคิดหรือเราสื่อ แต่เราเดาอีกฝ่ายออกทุกอย่าง
คนแกล้งโง่ คิดว่าอีกฝ่ายฉลาดกว่าเรา แล้วตัวเราโง่กว่า จะทำอะไรอีกฝ่ายก็รู้สิ่งที่เราคิดทั้งหมด ส่วนเรากลับเดาอีกฝ่ายไม่ออกเลยสักอย่าง


ดังนั้น ทั้งสองคำจึงไม่ได้หมายถึง IQ แต่อย่างไร หากหมายถึง EQ หรือความฉลาดทางสังคม
การรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวกับผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลัง หรือแม้แต่ในความคิด



ทว่า สิ่งนี้ใช้ได้กับวัฒนธรรมแบบตะวันออกเท่านั้น
หากเป็นชาวตะวันตกเขานิยมที่จะให้พูดตรง ๆ มากกว่าพูดอ้อม ๆ หรืออ่อนน้อมไม่เข้าท่า
ดังนั้นแม้จะรู้ความหมายของคำนี้แล้ว ก็ยังต้องนำไปประยุกต์ใช้ให้ถูกกับสังคมที่อยู่ด้วย




My.iD My Identity at Dek-D.com : Copyright © 1999-2012 www.Dek-D.com

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555


บทสัมภาษณ์ “คนแกล้งโง่”

โดย : คุณจารุนาถ (พี่เก๋) หุ้นส่วนบริษัทผลิตสีย้อมผ้าและสารเคมี


ผม : สวัสดีครับ วันนี้เราได้มีโอกาสออกมาลงพื้นที่กันครับ และผมได้ทำความรู้จักกับพี่คนหนึ่ง เค้าเคย

ประสบการณ์เกี่ยวกับ “คนฉลาดแกล้งโง่” แล้ววันนี้เราจะลองมาพูดคุยกับพี่คนนี้กันครับ

ผม : สวัสดีครับพี่เก๋

พี่เก๋ : หวัดดีค่ะ

ผม : ไม่ทราบว่า เมื่อกี้ได้คุยกับพี่เบื้องต้น ผมพอจะได้รู้มาว่า พี่เป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนบริษัทแห่งหนึ่ง 

แล้วพี่พอจะมีประสบการณ์ การแกล้งโง่มา พอจะเล่าให้ฟังได้ไหมครับ

พี่เก๋ : ได้ค่ะ

ผม : เรื่องราวมันเป็นยังไงครับพี่

พี่เก๋ : ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับภายในบริษัทที่แฟนพี่ทำธุรกิจอยู่ค่ะ ก็จะมีพนักงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการใช้

จ่ายในบริษัท แล้วก็จะแอบโกงค่าใช้จ่ายในบริษัทเล็กน้อยค่ะ ประมาณว่า ทำบิลค่าใช้จ่ายผิดไปจาก

ความเป็นจริง ประมาณนี้ค่ะ

ผม : หะ! มีแบบนี้ด้วยหรอครับ

พี่เก๋ : ค่ะ แล้วพี่ก็รู้นะคะ ว่าพนักงานคนนั้นเค้าโกงอะไรยังไงไปบ้าง

ผม : เอ่อ แล้วทำไมพี่ยัง แบบว่า ไม่ได้เล่นงานอะไรพนักงานคนนั้นหรอกหรอครับ

พี่เก๋ : ก็จากที่คุยกับแฟนแล้วก็พ่อแฟนนะคะ ได้ข้อตกลงกันมาว่า เราต้องปล่อยให้เค้าทำแบบนั้นไปน่ะ

ค่ะ โกงไปเล็กๆ น้อยๆ เพื่อที่จะแบบว่า ในฐานะ ตำแหน่ง หรืออะไรที่เค้าทำมันส่งผลประโยชน์ให้กับทาง

บริษัทมากกว่าที่เค้าโกงไปน่ะค่ะ ผลตอบแทนที่ออกมามันคุ้มค่ามากกว่า ทางเราก็เลยต้องยอมเสียใน

จุดเล็กๆ จุดนั้นไปให้เค้าค่ะ โดยที่พวกเราทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่เล่นงานเค้าค่ะ

ผม : เอ่อ คือพี่ก็รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่เล่นงานเค้า ไม่พูดไม่ทำอะไรเลยใช่ไหมครับ

พี่เก๋ : ใช่ค่ะ ก็รู้กันหมดนะคะ ในครอบครัว

ผม : อ๋อครับ แล้วตอนนี้ พนักงานคนนั้นยังทำงานอยู่กับพี่ไหมครับ

พี่เก๋ : ยังทำอยู่ค่ะ

ผม : แล้วเค้าก็ยังทำเรื่องแบบนี้อยู่ตลอดเลยหรอครับ

พี่เก๋ : ก็แอบทำอยู่เรื่อยๆ ค่ะ

ผม : แต่ก็คือ ผลงานหรือผลประโยชน์ที่เค้าทำให้บริษัท เยอะกว่าที่เค้าโกงไป ใช่ไหมครับ

พี่เก๋ : ใช่ค่ะ

ผม : ก็นี่ละครับ คนฉลาดแกล้งโง่ ฟังดูเหมือน ฉลาดแกมโกงนะครับพี่

พี่เก๋ : ค่ะ ฮ่าๆๆ

ผม : แต่มันก็คุ้มกับสิ่งที่ได้กลับมานะครับ ผมว่า

ผม : วันนี้ ขอจบการพูดคุย การลงพื้นที่เพียงเท่านี้แล้วกันครับ สวัสดีครับ






                                             นี่ครับ พี่เก๋


















ตอนสัมภาษณ์    
http://www.youtube.com/watch?v=NcGpNVuhCZg&feature=g-upl




วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คนฉลาดแสร้งโง่


--- ผมเคยสงสัยว่า จริงๆแล้ว ปัจจัยหลักไปสู่ชัยชนะหรือความสำเร็จ มันมาจากอะไร ซึ่งคนส่วนใหญ่มักบอกว่ามาจากความเก่ง แต่ผมว่าไม่ใช่ --- ผมว่า มันมาจากความ อดทน ต่างหาก --- จริงๆแล้วชีวิตของคนเรา ยืนยาวมาก ลองนึกดู หากคุณจะสร้างกิจการให้สำเร็จต้องใช้เวลาอย่างน้อย สิบ ปี 

-- ใช่แล้วครับ 10 ปี แห่งการตั้งอยู่บน ความเชื่อที่ คนส่วนใหญ่มองว่ามัน ห่วย ผมถามหน่อยว่า คุณ สามารถมุ่งมันในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่ามัน ห่วย ได้ เป็นเวลา 10 ปี ได้หรือไม่ ถ้าคุณ ตอบว่าไม่ได้ ผมว่าคุณก็ไม่ควรเป็นเจ้าของกิจการ แม้แต่ขายเต้าฮวย ยังสำเร็จได้ยากเลย

กลับมาที่วลีเด็ด "คนฉลาดแสร้งโง่ คนโง่อวดฉลาด" ทำไมต้องแกล้งโง่ ในขณะที่เราฉลาด คุณสติแตกไปแล้วหรือ -- ไม่ใช่ครับ การแกล้งโง่ก็คือ การไม่เอาภูมิเราไปทับถมคนอื่น เพราะหากเราทำอย่างนั้นคนอื่นก็จะไม่ชอบเรา ไม่ส่งเสริมเรา 

--- ผมถามหน่อยว่าอาชีพใดที่เราไม่ต้องอาศัยคนอื่น --ใช่ครับมีอาชีพเดียวคือ เล่นหุ้น เพราะคุณ สามารถรวยขณะที่คนอยู่บนเตียงได้ แต่อย่างลืมว่า 90% ล้มเหลวจากการเล่นหุ้น.. อ้าว กลับมาที่อาชีพ ปกติ ร้อยทั้งร้อย ต้องเกี่ยวข้องกับคนอื่น หากคุณเป็นคนไม่เอาคนอื่น ก็เท่ากับว่า คุณเตรียมใจที่จะล้มเหลวได้เลย

จะว่าไปแล้วสังคมไทย แสร้งโง่น้อย แต่โง่อวดฉลาดมีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง คุณว่าจริงไหม --- ก็ไม่จริงอีกนั้นแหละ เพราะประเทศที่มีคนโง่อวดฉลาดมากที่สุดในโลกก็คือ อเมริกา แต่ทำไมโดยรวมประเทศเขาเจริญกว่า คนเอเชีย ที่มีนิสัย คนฉลาดแสร้งโง่ 

--- ประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะถ้ามองเป็น Individual จะเห็นว่า การที่จะเป็นที่หนึ่งชนะคู่แข่ง ต้องแสร้งโง่ ซึ่งจะทำให้คู่แข่งชะล่าใจ และเปิดโอกาสให้เราชนะได้ 

แต่ในภาพใหญ่ระดับประเทศ จะเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่ได้ ฉลาด คนฉลาดมีน้อยกว่าคนโง่ ดังนั้น การสร้างภาพต้องสร้างจากคนที่เก่งและอวดฉลาด จุดนี้อเมริกาทำได้ดี เพราะคนเก่งเพียงหยิบมือ ก็สามารถทำให้ภาพรวมดูดี หากสังคมเป็นสังคมที่อวดฉลาด

----คำถามที่เกิดคือ แล้วเราควรจะ อวดฉลาด หรือ ว่าแสร้งโง่ล่ะ ก็ตอบง่ายๆว่า ถ้าคุณเป็นคนฉลาด คุณก็ควรอวดฉลาด แต่ถ้าคุณโง่คุณก็ควรจะแสร้งโง่ เพราะคนอื่นอาจมองว่าคุณฉลาด ก็เป็นได้ ดังนั้น ผมว่า เวลาคุณเจออะไร ใครแนะอะไรคุณ คุณควรจะคิดลึกๆก่อน เพราะสังคมเรา มักสอนให้ท่องจำ แต่ว่าปัจจุบัน การท่องจำแบบนกแก้ว ไม่อาจทำให้คุณเหนือกว่าคนอื่นได้ 

--- สรุปว่ายิ่งแปลกยิ่งดี ใช่ไหม ก็จะว่าไปแล้วก็คือ ใช่ เพราะถ้าคุณคิดเหมือนคนอื่นคุณก็จะเป็นคนน่าเบื่อคนนึง ถ้าคุณอยากสร้างความน่าสนใจก็สวนทางมันเข้าไป ใครบอกว่า เรื่องนี้ดีอย่างนั้นอย่างนี้ คุณสวนไปเลยว่า ผมว่ามันห่วย ถ้าทำได้เยี่ยงนี้โอกาสที่คุณจะเกิดก็คงใกล้จะมาถึง ( แต่ต้องระวัง ให้เกิดจริงๆ ไม่ใช่ไปเกิดใหม่นะครับ โฮ โฮ โฮ ) คนอื่นโง่ ผมไม่โง่ ถ้าคนส่วนใหญ่ฉลาดผม โง่ เพราะว่ามันเท่ห์ไม่เหมือนใครฮะ




spd_20100827144259_b.jpg


ข้อมูลจาก    http://www.pawawit.com/2010/02/blog-post_1361.html